หลังจากที่เครื่องบินลงจอดประเทศปลายทางแล้ว เรายังไม่สามารถผ่านเข้าไปในประเทศนั้นๆ ได้ทันที เพราะต้องผ่านด่านตรวจสอบก่อนเข้าประเทศ ที่เรียกกันว่า ตม. (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) ซึ่งมีหน้าที่คอยตรวจสอบคนเข้าเมืองเพื่อป้องกันการเข้าประเทศแบบผิดกฎหมายและผิดวัตถุประสงค์
ส่วนมากเจ้าหน้าที่ ตม. จะถามคำถามกับเราเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากลที่ทั่วโลกใช้ แต่สำหรับคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษหรือพาญาติผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยมีความรู้ด้านภาษาไปด้วย ภายในระยะเวลาสั้นๆ เราคงไม่สามารถฝึกภาษาจนคล่องได้ในทันที
แต่ยังมี วิธีทางลัด ที่ทำให้ผ่าน ตม. สบายๆ โดยไม่ต้องฝึกเรียนภาษาอังกฤษเป็นเดือนๆ เพียงแค่ ท่องจำประโยคที่เจ้าหน้าที่ ตม. .มักถามคนเข้าเมืองบ่อยๆ ซึ่งส่วนมากจะมีรูปแบบเหมือนกัน เพียงแค่เรา ฟัง จำ และฝึกพูด ก็สามารถผ่านเข้าประเทศได้อย่างสบายแล้ว
รวม 8 ประโยค คำถามภาษาอังกฤษยอดฮิต ที่ ตม. มักถามบ่อยๆ ได้แก่
- “Passport, please”
แปลว่า “รบกวนขอพาสปอร์ตด้วย”
แนวทางคำตอบ : Here you go หรือ There you are แปลว่า “นี่ครับ/ค่ะ”
เป็นการตอบรับตามมารยาท พร้อมกับยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
- “Can I have your name ?” หรือ “Name, please.”
แปลว่า “คุณชื่ออะไร”
แนวทางคำตอบ : My name is + (ชื่อของเรา) แปลว่า “ฉันชื่อ___”
การที่เจ้าหน้าที่ถามชื่อของเราก็เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของพาสปอร์ต ว่าผู้ที่ถือพาสปอร์ตอยู่ชื่อตรงกับพาสปอร์ตหรือไม่ ดังนั้นเราควรตอบชื่อให้ถูกต้องและครบถ้วน
- “Where are you from”
แปลว่า “คุณมาจากประเทศอะไร”
แนวทางคำตอบ : I’m from Thailand แปลว่า “ฉันมาจากประเทศไทย”
หรือสามารถตอบแค่ Thailand บอกเพียงแค่ชื่อประเทศเฉยๆ ก็ได้
- “How long will you be staying in ___ ?”
แปลว่า “คุณจะอยู่ที่___นานแค่ไหน”
แนวทางคำตอบ : “(ตัวเลขภาษาอังกฤษ) + Days / Weeks” แปลว่า “(ตัวเลข) + วัน / สัปดาห์”
เช่น เรามาเที่ยว 2 สัปดาห์ ก็สามารถพูดได้เลยว่า “2 (two) Weeks”
- “Where will you be staying?”
แปลว่า “คุณจะไปพักที่ไหน”
แนวทางคำตอบ : “I will be staying at + (สถานที่ที่เราจะเข้าพัก)” แปลว่า “ฉันจะพักที่ + (สถานที่ที่เราจะเข้าพัก)”
การที่เจ้าหน้าที่ถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่พัก เพื่อตรวจสอบว่าเรามีการเตรียมความพร้อมมาหรือไม่ โดยมีที่พักเป็นหลักแหล่งชัดเจน
- “What brings you here?”
แปลว่า “คุณมาทำอะไรที่นี่”
แนวทางคำตอบ : “I’m here to ___” แปลว่า “ฉันมาที่นี่เพื่อ___”
ตามด้วยวัตถุประสงค์ของเราที่มา เช่น เที่ยว (Travel) หรือ เรียน (Study)
- “What are your destinations?”
แปลว่า “คุณจะไปที่ไหนบ้าง”
แนวทางคำตอบ : “I am going to visit + (สถานที่)” แปลว่า “ฉันจะไปที่ + (สถานที่)”
สามารถบอกสถานที่ที่เราวางแผนกับเจ้าหน้าที่ได้เลย เช่น Eiffel Tower เป็นต้น หรือใครเขียนแผนการเดินทางไว้ ก็สามารถแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูได้
- “Do you have a return ticket?”
แปลว่า “คุณมีตั๋วขากลับหรือยัง”
แนวทางคำตอบ : “Yes, I have booked a return ticket” แปลว่า “ใช่ ฉันจองตั๋วขากลับแล้ว”
ซึ่งสามารถแสดงตั๋ว E-Ticket เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ดูได้เลย
เพียงแค่นี้ก็ผ่าน ตม. ได้แบบง่ายๆ สิ่งสำคัญคือเราต้องพูดความจริงและไม่แสดงท่าทีกังวลเกินไปจนผิดสังเกต นอกจากนี้ก็ควรไปต่างประเทศแบบถูกกฎหมาย โดยทำตามวัตถุประสงค์ตาม วีซ่า (Visa) ที่เราขอ
เตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็อย่าลืมเตรียมกระเป๋าเดินทางดีๆ สักใบ ซึ่งทาง Bagsfist จำหน่ายกระเป๋าเดินทางที่มีคุณภาพ พร้อมรับประกันสินค้าถึง 3 ปี สามารถทักมาสอบถามและสั่งซื้อกระเป๋าเดินทางได้ทุกช่วงเวลา นอกจากนี้เรายังรับออกแบบ สกรีนโลโก้กระเป๋าเดินทางอีกด้วย
แนะนำกระเป๋าเดินทาง Bagsfirst
กระเป๋าเดินทาง รุ่น Light Travel 19

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า
- ทำจากวัสดุ polycarbonate 100%
- มีช่องซิปเปิดฝาด้านหน้าสามารถใส่ iPad หรือ Tablet ได้ (ขนาดไม่เกิน10.2″) หยิบของได้ง่ายและสะดวก
- ขนาด กระเป๋าเดินทาง: 20″ / 24″ / 28″
- สี กระเป๋าเดินทาง: black, pink, white
สามารถปรึกษาเรื่องกระเป๋าเดินทางหรือสั่งซื้อสินค้ากับ Bagsfirst ผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้

Line: @bagsfirst
Facebook: https://www.facebook.com/bagsfirst/
IG: https://www.instagram.com/bagsfirst.official/
Tiktok: @bagsfirstshop
Website: good-luggage.com
#Bagsfirst #กระเป๋าเดินทาง #กระเป๋าเดินแบบถือขึ้นเครื่อง #Immigration #สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง #สนามบิน #สุวรรณภูมิ #ตม.ถามอะไรบ้าง #ตม. #บทสนทนาตม.ภาษาอังกฤษ